FAQ ถาม-ตอบ เกี่ยวกับหลักสูตร Mastering Network Infrastructure Design for Enterprise Workshop
1. หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการออกแบบเครือข่ายอยู่แล้ว?
คำตอบ: หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นที่ต้องการเรียนรู้พื้นฐานการออกแบบเครือข่าย และผู้ที่มีประสบการณ์ที่ต้องการเพิ่มความเชี่ยวชาญในหัวข้อขั้นสูง เช่น Modularized Security, VLAN Designs และ Advanced Backbone Topologies
2. ในหลักสูตรนี้มีการฝึกปฏิบัติจริง (Hands-on) หรือการทดลองออกแบบโครงสร้างเครือข่ายหรือไม่?
คำตอบ: ใช่ หลักสูตรมีการฝึกปฏิบัติจริง เช่น การออกแบบ Topology เครือข่าย การคำนวณ Traffic Load การวางผังสายเคเบิล (Cabling Layout) และการตั้งค่า VLAN รวมถึงการทดลองใช้เครื่องมือการออกแบบเครือข่าย และการใช้ Software จำลองการไหลของกระแสจราจรข้อมูล
3. มาตรฐาน ANSI/TIA ที่กล่าวถึงในหลักสูตร จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรได้อย่างไร?
คำตอบ: มาตรฐาน ANSI/TIA ช่วยให้การติดตั้งและออกแบบระบบการเดินสายสัญญาณในองค์กรให้มีความเป็นระเบียบ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเครือข่ายทั้งในด้านความเร็วและความปลอดภัย
4. จะได้เรียนรู้การออกแบบเครือข่ายไร้สาย (WiFi) อย่างละเอียดแค่ไหน เช่น การวางตำแหน่ง AP และการจัดการช่องสัญญาณ?
คำตอบ: ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การวางแผนเครือข่าย WiFi อย่างละเอียด เช่น การคำนวณพื้นที่ครอบคลุม การจัดการช่องสัญญาณ การเลือกตำแหน่ง AP และการวิเคราะห์สัญญาณรบกวน รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากสิ่งกีดขวาง
5. หลักสูตรนี้ครอบคลุมการออกแบบเครือข่ายสำหรับ Data Center อย่างไร เช่น Backbone และ Topology?
คำตอบ: หลักสูตรนี้ครอบคลุมหัวข้อการออกแบบเครือข่าย Data Center เช่น TIA-942 Backbone Topology, การประเมินระยะทางของ Backbone, การสร้าง Resilient Backbone Routes และการออกแบบ Spine-Leaf Architecture เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและ Fail-Over
6. จะได้เรียนรู้วิธีการคำนวณและวิเคราะห์การไหลของข้อมูล (Traffic Flow) ในเครือข่ายอย่างไร?
คำตอบ: หลักสูตรนี้สอนการวิเคราะห์ Traffic Flow ในเครือข่าย เช่น Terminal/Host Traffic Flow, Client/Server Traffic Flow และ VoIP Traffic Flow รวมถึงการคำนวณ Traffic Load ที่เกิดจากโปรโตคอลและแอปพลิเคชันต่าง ๆ
7. หัวข้อเกี่ยวกับ Spanning Tree Protocol (STP) และ Rapid STP สามารถประยุกต์ใช้กับเครือข่ายขนาดใหญ่ได้อย่างไร?
คำตอบ: หลักสูตรสอนการใช้ STP และ RSTP ในการลดการไหลวนของข้อมูล (Loop Prevention) และปรับปรุงการเชื่อมต่อในเครือข่ายขนาดใหญ่ รวมถึงการทำ Convergence และ Reconvergence ของ RSTP
8. หลักสูตรนี้สอนเกี่ยวกับการเลือกใช้อุปกรณ์เครือข่าย เช่น Switch, Router หรืออุปกรณ์อื่น ๆ อย่างไร?
คำตอบ: ผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีเลือกอุปกรณ์เครือข่ายที่เหมาะสม เช่น Switch Fabric, Stacking Switch, และ Uplink พร้อมทั้งการพิจารณาคุณสมบัติการปรับแต่งและความเหมาะสมสำหรับเครือข่ายองค์กร
9. ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การออกแบบระบบความปลอดภัยของเครือข่าย (Network Security) ในระดับใดเช่น VPNs, Firewall หรือการวางแผนความปลอดภัย?
คำตอบ: หลักสูตรนี้ครอบคลุมการออกแบบความปลอดภัยของเครือข่ายในระดับองค์กร เช่น การตั้งค่า VPN, Firewall Topologies, การพัฒนา Security Policy, และการรักษาความปลอดภัยเซิร์ฟเวอร์และบริการเครือข่าย
10. มีการแนะนำเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการออกแบบและตรวจสอบเครือข่ายหรือไม่?
คำตอบ: ใช่ หลักสูตรนี้แนะนำเครื่องมือสำหรับการออกแบบและตรวจสอบเครือข่าย เช่น Windows Admin Center, Online WLAN Planning Tools และซอฟต์แวร์จัดการการจราจรในเครือข่าย
11. การออกแบบเครือข่ายสำหรับ Campus Network แตกต่างจากเครือข่าย Data Center อย่างไร?
คำตอบ: Campus Network มุ่งเน้นการออกแบบ Hierarchical Topology และ VLAN Management ในขณะที่ Data Center จะเน้นการออกแบบ Backbone Resiliency, High-Speed Links และการจัดการ Data Flow ภายในศูนย์ข้อมูล
12. มีการสอนเกี่ยวกับการออกแบบเครือข่ายที่รองรับการทำงานร่วมกันของ VLAN และ MLAG หรือไม่?
คำตอบ: ใช่ หลักสูตรครอบคลุมการออกแบบ VLAN, Link Aggregation และการใช้งาน MLAG (Multi-Chassis Link Aggregation) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความเร็วของเครือข่าย
13. หลักสูตรนี้ช่วยพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ในงานตำแหน่งใดได้บ้าง เช่น Network Engineer หรือ System Architect?
คำตอบ: ทักษะที่เรียนสามารถนำไปใช้ในงานตำแหน่ง เช่น Network Engineer, Data Center Architect, System Administrator, Security Specialist และ IT Manager
14. หัวข้อที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย เช่น Firewall Topologies และ Security Policy มีความลึกซึ้งมากน้อยแค่ไหน?
คำตอบ: หลักสูตรครอบคลุมเนื้อหาเชิงลึกเกี่ยวกับ Firewall Topologies, การวิเคราะห์ความเสี่ยง, การพัฒนา Security Policy และ Modularized Security Design
15. ผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีการตรวจสอบและปรับปรุงประสิทธิภาพของเครือข่ายอย่างไร เช่น การวิเคราะห์ Traffic Load หรือการตรวจสอบประสิทธิภาพของ Backbone?
คำตอบ: หลักสูตรมีเนื้อหาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ Traffic Load, การตรวจสอบการใช้งานเครือข่ายด้วยเครื่องมือเฉพาะ และการเพิ่มประสิทธิภาพ Backbone Routes เพื่อรองรับการจราจรในเครือข่าย
16. มีตัวอย่างหรือกรณีศึกษาจริงเกี่ยวกับการออกแบบเครือข่ายแบบไร้สาย (WiFi) หรือเครือข่ายองค์กรหรือไม่?
คำตอบ: ใช่ หลักสูตรมีตัวอย่างและกรณีศึกษา เช่น การออกแบบ WLAN สำหรับองค์กร การวิเคราะห์สัญญาณ และการแก้ปัญหาที่พบบ่อย
17. ผู้เรียนสามารถเรียนรู้การออกแบบเครือข่ายที่รองรับ 10/40/100-Gbps Ethernet ในองค์กรได้อย่างไร?
คำตอบ: หลักสูตรสอนการเลือกใช้อุปกรณ์และสายเคเบิลที่เหมาะสม รวมถึงการออกแบบโครงสร้างที่รองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง เช่น 10/40/100-Gbps Ethernet
18. การออกแบบโครงสร้างเครือข่ายแบบ Modularized Security ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างไร?
คำตอบ: Modularized Security ช่วยแบ่งการจัดการความปลอดภัยออกเป็นส่วน ๆ เช่น Internet Connection, VPN และ Public Servers ซึ่งช่วยลดจุดอ่อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันภัยคุกคาม
19. หลักสูตรนี้มีการแนะนำแนวทางหรือเทคนิคใหม่ ๆ ที่เหมาะสมสำหรับเครือข่ายที่ต้องรองรับการทำงานในอนาคตหรือไม่?
คำตอบ: ใช่ หลักสูตรแนะนำเทคโนโลยีใหม่ เช่น Software Defined Networking (SDN), Multi-Gbps Ethernet และเทคนิคการออกแบบโครงสร้างเครือข่ายที่รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
20. หากเกิดปัญหาขณะเรียนหรือปฏิบัติ จะมีการช่วยเหลือหรือแหล่งอ้างอิงเพิ่มเติมให้หรือไม่?
คำตอบ: ใช่ หลักสูตรนี้มีเอกสารประกอบ ภาคภาษาไทย เป็นตำราที่เขียนโดย อาจารย์ผู้สอน อ่านง่าย เข้าใจง่าย สามารถนำไปปฎิบัติได้จริง ในระหว่างการเรียน อาจารย์พร้อมทีมงานจะให้การดูแล ช่วยเหลือและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการเรียน